จองตั๋วเครื่องบิน Qatar Airways

วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560

รีวิวพาเที่ยวเมืองเซอร์มัทท์ (Zermatt)


เมืองเซอร์มัทท์ (Zermatt) 

พาเที่ยว Zermatt ช่วงหน้าร้อนกันบ้าง ฤดูร้อนของสวิสเริ่มประมาณกลางเดือนมิถุนายน - ปลายเดือนกันยายน โดยช่วงที่ไปทำรีวิวนี้ เดินทางไปที่เมือง Zermatt ประมาณกลางเดือนกันยายน อากาศเย็นสบาย เหมือนเดินในห้องแอร์ จะร้อนบ้างช่วงกลางวันเนื่องจากแดดที่ลงจัด แต่ท้องฟ้าสดใส ปลอดโปร่งเกือบตลอดทั้งวัน ทำให้สามารถจัดทริปขึ้นเขาชม Matterhorn ได้งามๆ จะเป็นยังไงนั้นคอยติดตามรีวิวต่อไป ส่วนรีวิวนี้ พาเดินเที่ยวตัวเมือง Zermatt กันก่อน (สำหรับวิธีการเดินทางมายังเมือง Zermatt นี้ อ่านได้ที่นี่)


รีวิวพาเที่ยวเมืองเซอร์มัทท์ (Zermatt)

เปิดรูปรีวิวกันด้วยยอดเขา Matterhorn รูปทรงพีระมิด ที่ด้านล่างคือ ตัวเมืองเซอร์แมท ยอดเขา Matterhorn นี้ คือ ยอดเขาอันดับต้นๆ ที่คนมาเที่ยวสวิสต้องมาเยือน และยังเป็นยอดเขาที่เห็นได้จากยี่ห้อช็อคโกแลต Tobleron ส่วนเมือง Zermatt นี้ ก็คือ ประตูสู่ Matterhorn นั่นเอง
แผนที่เมือง Zermatt การขึ้นไปชม Matterhorn มี 3 วิธีหลักๆ ได้แก่ 1 ขึ้นด้วยรถไฟ Gormergrat Bahn (นิยมที่สุด ง่ายที่สุด สบายที่สุด) 2 ขึ้นด้วยกระเช้า Matterhorn Express จะเห็นยอดเขา Matterhorn ได้ชัดเจน ใกล้และใหญ่ที่สุด และ 3 ขึ้นด้วยรถราง Sunegga และต่อกระเช้าแถมด้วยทริปเดินเขาชม Matterhorn จาก 5 ทะเลสาบ
แผนที่เมือง Zermatt

เริ่มต้นเดินชมเมืองกันจากหน้าสถานีรถไฟ Zermatt เมืองเซอร์แมทนี้เป็นเมืองปลอดมลพิษ ใช้รถไฟฟ้า อย่างเดียว ที่เห็นเป็นนรูปกล่องๆ 55 ซึ่งรถไฟฟ้าเหล่านี้ ก็จะเป็นทั้งของโรงแรมที่มาคอยรับส่งแขก หรือว่าเป็นรถแท็กซี่ซึ่งสามารถเรียกใช้บริการได้

จากนั้นเดินตรงไปตามถนนใหญ่ Bahnhofstrasse ซึ่งถนนนี้จะเป็นถนนหลักที่เป็นแหล่งรวมร้านค้าขายของที่ระลึก ช้อปปิ้ง ร้านอาหาร ผับบาร์ และโรงแรมบางแห่ง

มีร้าน Mc Donald's ด้วย เหมาะสำหรับมื้อประหยัด

ช่วงหน้าร้อนนี้ บรรดาร้านค้า ร้านอาหารที่ตั้งในเมือง จะประดับประดาร้านรวงของตัวเองด้วยดอกไม้สีสันสดใส เดินชมกันแบบสบายตามากๆ

ร้านนาฬิกาแบรนด์ดังก็มีให้เลือก ไม่ว่าจะเป็น Rolex หรือว่าจะเป็นร้านนาฬิกาที่ขายหลายๆ ยี่ห้ออย่าง Bucherer

ร้านช็อคโกแลต Lindt ก็มาเปิดชอปที่นี่ด้วย


เดินถ่ายรูปเล่นกันเพลินๆ เลย บรรยากาศดีมากๆ

เมื่อเดินมาจนเกือบสุดถนน Bahnhofstrasse ก็จะเห็นพิพิธภัณฑ์ Matterhorn Museum และ โบสถ์ประจำเมือง Pfarrkirch St.Mauritius
 Matterhorn Museum นี้เป็นสถานที่จัดแสดงประวัติความเป็นมา และความเป็นอยู่ของชาวเมือง เปิดให้เข้าชมทุกวัน 11.00 - 18.00 น. ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ 10 CHF เด็ก 10-16 5 CHF ส่วนคนที่มี Swiss Pass นั้น เข้าชมฟรี (รูปนี้จากรีวิวก่อน)


มาถึงตรงนี้แล้วอย่าลืมแวะถ่ายรูปคู่กับแพะภูเขา อีกหนึ่งสัตว์ประจำเมืองที่จะสามารถพบเจอได้ตามเทือกเขาแอลป์

จากนั้นเดินตรงไปยังถนนข้างโบสถ์ Pfarrkirch St.Mauritius ก็จะเป็นโซนโรงแรมที่พักในเมืองเป็นส่วนใหญ่

โดยโรงแรมนั้นจะตั้งเลียบแม่น้ำ Gornera ซึ่งเป็นโซนโรงแรมที่แนะนำให้จองเพราะจะสามารถมองวิวเห็นยอดเขา Matterhorn จากห้องพักได้เลย

มาชมร้านอาหาร ร้านขายของในเมืองกันบ้าง ร้านแรกร้านเบเกอรี่ชื่อดังที่สุดในเมืองกับ Backerei Konditorei
รีวิวร้าน Backerei Konditorei

ร้านอาหารญี่ปุ่น Myoko ราคาค่อนข้างแพงทีเดียว ซูชิคำละประมาณ 300 บาท ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นฝรั่งทั้งนั้น 555

ร้านไส้กรอกย่าง Bayard Metzgerei ร้านนี้ ราคาถูกลงมาหน่อย ย่างร้อนๆ ใหม่ๆ คนแวะซื้อกันเยอะทีเดียว
รีวิวร้านไส้กรอกย่าง Bayard Metzgerei

สุดท้ายก็ซุปเปอร์มาร์เก็ต Coop ขวัญใจวัยรุ่น แบ็คแพ็ค ราคาไม่แพง มีอาหารจำหน่ายมากมาย เยอะแยะไปหมดในราคาถูก สาขาที่ Zermatt นี้ ต้องเดินตรงจากทางเข้าริมถนนใหญ่ไปในตึกนิดนึง

ปิดท้ายกันด้วยภาพน่ารักของรถม้า (เป็นแท็กซี่) ที่วิ่งให้บริการในเมือง Zermatt แนะนำสำหรับคนที่มาเป็นแก๊

งส์เพื่อน หรือ ครอบครัว นั่งไปส่งที่โรงแรมก็ได้อารมณ์ชิลๆ เหมือนกัน