จองตั๋วเครื่องบิน Qatar Airways

วันจันทร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2560

รีวิวพาเที่ยวเมืองโซโลทูร์น Solothurn



รีวิวพาเที่ยวเมืองโซโลทูร์น Solothurn

พาเที่ยวแบบ Unseen ที่ทัวร์ไม่พาไปกันบ้างกันกับเมือง Solothurn เมืองเก่าสไตล์บาร็อคที่สวยงามที่สุดในสวิส ตั้งอยู่ริมแม่น้ำอาเร่ (Aareความมหัศจรรย์ของเมือง Solothurn นี้ คือเป็นเมืองแห่งเลข 11 เพราะในเขตรัฐมี 11 เมือง หอคอย 11 แห่ง โบสถ์ 11 แห่ง บ่อน้ำพุโบราณ 11 แห่ง
สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญคือ โบสถ์ซังต์อูร์เซิน (St. Ursus Cathedral) เป็นโบสถ์ที่มีความสวยงาม ตกแต่งตามรูปแบบของสถาปัตยกรรมของฝรั่งเศส ภายในโบสถ์ก็เกี่ยวข้องกับหมายเลข 11 อีกเช่นกัน นั่นคือ มีระฆัง 11 ใบ แท่นบูชา 11 แท่น 

การเดินทาง : เดินทางมาได้ง่ายๆ ใช้เวลาเพียง 1 ชม. เท่านั้นจาก Zurich สามารถจัดทริปแบบเช้าเย็นกลับได้


รีวิวพาเที่ยวเมืองโซโลทูร์น Solothurn


แผนที่เมือง Solothurn สามารถเดินทางมาได้ง่ายๆ จากทั้ง Zurich หรือจากทาง Bern (จาก Bern ก็จะใช้เวลาน้อยไปอีก ประมาณครึ่งชั่วโมงเท่านั้น มีรถไฟผ่านตลอด)

แผนที่เส้นทางเดินเล่นชมเมือง Solothurn ใช้เวลาเดินเรื่อยๆ ไม่รีบประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆ

จากหน้าสถานีรถไฟ Solothurn ให้เดินข้ามถนนใหญ่ตรงหน้าป้ายรถเมล์ B

เดินตรงไปเรื่อยๆ ประมาณ 200 เมตร

จากนั้นก็จะเป็นการเดินข้ามสะพานข้ามแม่น้ำอาเร่อ เข้าสู่ตัวเมืองกัน อากาศดีมากๆ เลย

ข้ามมาก็เข้าสู่ย่านการค้าอันคึกคักกันเลย วันนี้มีตลาดนัด Flea market ขายสินค้าพื้นเมืองด้วย โดยตลาดนัดจะมีตลอดแนวถนนสายหลักๆ ในตัวเมือง

ตรงเข้ามาจนถึงหน้าโบสถ์ตรงนี้จะมี Tourist Information Center เข้าไปสอบถามข้อมูลท่องเที่ยวเพิ่มเติมกันได้

จากนั้นเราจะเริ่มชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองกันก่อน เริ่มต้นจากโบสถ์ St. Ursen Cathedral ตรงหน้า Tourist Information กันเลย 

โบสถ์ St. Ursen นี้ เปิดให้เข้าชมฟรี ทุกวัน ด้านในสามารถถ่ายรูปได้ สำหรับประวัติความเป็นมาคือ โบสถ์นี้ สร้างมาตั้งแต่ปี 1762 ในสไตล์บาร็อค 

ถือว่าเป็นโบสถ์ขนาดใหญ่ และมีความสำคัญแห่งหนึ่งของสวิส ด้านในออกแบบและตกแต่งโดยได้รับอิทธิพลจากโบสถ์คาทอลิกในฝรั่งเศส มีความสวยงามมากๆ

หันกลับไปมองด้านหลังก็จะเห็นออร์แกนขนาดใหญ่ ตกแต่งวิจิตรตระการตาเช่นกัน

ทำไมถึงได้รับอิทธิพลจากทางฝรั่งเศส ก็เพราะสมัยก่อน ได้มีทูตฝรั่งเศสมาพำนักที่นี่ และยังมีการจัดหาทหารยาม หรือที่เรียกว่า Swiss Guard ซึ่งเป็นทหารรับจ้าง ไปคุ้มกันพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 อีกด้วย 

ชมโบสถ์กันเสร็จก็เดินไปกันต่อจนถึงจตุรัส Marktplatz ตรงจตุรัสนี้จะเป็นลานกว้าง ที่เป็นที่ตั้งของร้านค้าและร้านอาหารมากมาย 

รวมถึงเป็นที่ตั้งของหอนาฬิกาเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 13 หอนาฬิกาแห่งนี้ มีขื่อเรียกว่า "Zeitglockzentrum"

โดยเป็นหอนาฬิกาดาราศาสตร์ที่มีความสวยงามอีกแห่งนึงในสวิส ไม่แพ้ที่เมืองอืนๆ 

จากนั้นเรามาเดินชมบ้านเมืองเค้าต่อกัน โดยบ้านแถวนี้เป็นบ้านสไตล์ Shophouse ด้านล่างเป็นร้านค้า ที่ออกแบบในสไตล์บาร็อคและนีโอคลาสลิค 

ตลอดริมถนนมีเต็นท์ขายของตลาดนัดเพียบ ฝรั่งมาเดินกันเยอะมากๆ เมืองนี้ ยังไม่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวเอเชียเท่าไหร่ เดินไปนี่เราเป็นกะเหรี่ยงอยู่คนเดียว 555

มาชมของที่ขายกันตามตลาดนัดกัน ร้านแรกที่สะดุดตาและจมูก คือ ร้านขายคาราเมล มีให้ชิมด้วย หลายรสชาติ หอมหวาน มัน อร่อยมากๆ 

ยืนดูเครื่องทำคาราเมลกัน คาราเมลก็คือ น้ำตาลที่นำมาผ่านการเชื่อม โดยใช้ความร้อนที่มีอุณหภูมิประมาณ 160-170 C เคียวจนเหนียว จากนั้น ก็ใส่ส่วนผสมอื่นๆ เพิ่มเติมไป เช่น มะพร้าว ข้าวบาเล่ย์ น้ำผึ้ง และอื่นๆ เพื่อให้มีกลิ่นที่แตกต่างกันไป

มาชมร้านอื่นๆ กันบ้าง มีของเล่นเด็กที่ทำจากไม้


ดูแฮนด์เมด น่า่รักดี

ขนม Biber ของเมือง Solothurn  ดูน่ารักทีเดียว 

เข็มขัดหนังวัวแท้ๆ 

หนังวัว หนังแกะ


สร้อย เครื่องประดับต่างๆ

เด็กน้อยก็มากะเค้าด้วย 555

ตลาดนัดใหญ่มากๆ วนไปตั้งแต่ถนนใหญ่หน้าโบสถ์ St.Ursen ไปจนถึงถนนใหญ่ฝั่งประตู Kulturm


ระหว่างเดินนั้น เราจะพบเห็นน้ำพุโบราณในเมืองซึ่งมีมากถึง 11 แห่งด้วยกัน ตรง Marktplatz นี้ เป็นน้ำพุนักรบ ใครมีขวดก็สามารถนำมากรอกเป็นน้ำดื่มได้ สะอาดมากๆ (น้ำก๊อกของสวิส และน้ำจากน้ำพุทุกแห่งในสวิสสามารถดื่มได้)

อาคารบ้านเรือนสวยๆ งามๆ ที่มักจะทำหน้าต่างยื่นออกมาสวยๆ ซึ่งเราจะเห็นได้ตามเมืองเก่าๆ

เดินชมน้ำพุกันไปเรื่อยๆ เพลินทีเดียว

น้ำพุสวยมากๆ ไม่แพ้ที่เบิร์นทีเดียว


โบสถ์เก่าแก่ทางฝั่งตะวันออกอีกแห่งนึง ออกแบบแนวเดียวกันกับ St.Ursen คือมีโดมสีฟ้าด้านบน 

แนะนำกันเลยสำหรับอีกหนึ่งเมืองน่าไป สามารถจัดทริปเที่ยวชิลๆ ครึ่งวันไปกลับจาก Zurich หรือ Bern ก็ได้